แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ W3C แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ W3C แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

W3C (World Wide Web Consortium)

World Wide Web Consortium (W3C) อธิบายตัวเองดังนี้

"World Wide Web Consortium ได้ตระหนักถึงศักยภาพเต็มที่ของเว็บ W3C เป็นสมาคมทางอุตสาหกรรม ที่มองหาการสนับสนุนมาตรฐานสำหรับการปฏิรูปเว็บ และความสามารถทำงาน ระหว่างผลิตภัณฑ์ WWW โดยการผลิตข้อกำหนดและซอฟต์แวร์ อ้างอิง ถึงแม้ว่า W3C ได้รับการอุดหนุนทางการเงิน โดยอุตสาหกรรมสมาชิก แต่ผลิตภัณฑ์จะแจกจ่ายโดยไม่คิดมูลค่า

สมาคมเป็นสากล : โดยความร่วมมือของ MIT Laboratory for Computer Science ในสหรัฐและยุโรปโดย INRIA ผู้ซึ่งให้การสนับสนุนท้องถิ่น และทำงานเป็นแกนการพัฒนา W3C ก่อตั้งโดยความร่วมมือของ CERN ที่เริ่มต้นของเว็บ และการสนับสนุนของ DARPA และกรรมธิการยุโรป"

องค์กรนี้ สามารถสมัครเป็นสมาชิกกับสมาคมได้ แต่ไม่มีสมาชิกส่วนบุคคล W3C ได้เข้าครอบครอง CERN, Hypertext Transfer Protocol daemon หรือ web server

สารสนเทศเพิ่มเติม

World Wide Web Consortium : Home page.

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

XML (Extensible Markup Language)

XML (Extensible Markup Language) เป็นวิธีการที่ยืดหยุ่นในการสร้างรูปแบบสารสนเทศร่วม และการใช้ร่วม ทั้งรูปแบบและข้อมูลใน World Wide Web, Internet และที่ต่าง ๆ เช่น ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่เห็นด้วยกับมาตรฐานการอธิบายสารสนเทศของสินค้า จากนั้นทำการสร้างรูปแบบสารสนเทศของสินค้า โดยมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งโปรแกรมที่เรียกว่า Intelligent Agent ไปยัง Web site ต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูล และทำการเปรียบเทียบ ซึ่ง XML สามารถใช้โดยบุคคลทั่วไปหรือบริษัทที่ต้องการการใช้สารสนเทศทีมีอยู่

รูปแบบปัจจุบันของ XML ที่แนะนำโดย World Wide Web Consortium (W3C) นั้น มีความคล้ายคลึงกับภาษา HTML ที่ใช้สร้างเว็บเพจในขณะนี้ ทั้ง HTML และ XML ใช้สัญลักษณ์ "Markup" ในการเจาะจงเนื้อหาของเพจหรือไฟล์ ในภาษา HTML เจาะจงเนื้อหาของเว็บเพจสำหรับการแสดงออกมา เช่น < P > สำหรับการเริ่มย่อหน้าใหม่ ส่วนภาษา HTML เจาะจงเนื้อหาในแบบประเภทของข้อมูล เช่น เป็นการชี้ว่าข้อมูลที่มีอยู่เป็นหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งหมายความว่าไฟล์ XML สามารถประมวลผลข้อมูล โดยโปรแกรมหรือเก็บข้อมูลประเภทเดียวในเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น และแสดงบนเว็บเพจ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ได้รับมา สามารถเก็บ แสดง และหมุนได้

XML เป็น Extensible และสัญลักษณ์ "Markup" ไม่จำกัดและกำหนดเองได้ต่างจาก HTML นอกจากนี้ ภาษา XML เป็นภาษาที่ง่ายและใช้ได้สะดวกกับ Subnet ของภาษา Standard Generalized Markup Language ซึ่งเป็นมาตรฐานในการสร้างโครงสร้างเอกสาร โดยมีการคาดว่า HTML และ XML จะใช้ร่วมกันสำหรับการสร้างเว็บเพจ โปรแกรมประยุกต์ของ XML ได้รวม Microsoft Channel Definition Format ซึ่งเจาะจงช่องทางในการติดต่อกับเว็บที่สามารถดาว์นโหลดมาที่ฮาร์ดดิสก์ และกำหนดช่วงเวลาของการปรับปรุงตามสารสนเทศที่เปลี่ยน โดยไฟล์ CDF จะเก็บตำแหน่งเว็บเพจและความถี่ในการปรับปรุง นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการประยุกต์ของระบบธนาคาร การสั่งซื้อผ่าน E-commerce เป็นต้น

สารสนเทศเพิ่มเติม

Microsoft : Building an Interactive Frequent-Flyer Web Site Using XML.
IBM : XML Developer Web site.
Robin Cover : The SGML/XML Web Page
IBM : Introduction to XML.
World Wide Web Consortium : Extensible Markup Language (XML)

XHTML (Extensible Hypertext Markup language)

World Wide Web Consortium (W3C) อธิบายว่า XHTML (Extensible Hypertext Markup language) เป็น "การกำหนดใหม่ของ HTML 4.0 ในฐานะเป็นการประยุกต์ของ Extensible Markup language (XML)" สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยทั้ง 2 คำ HTML เป็นกลุ่มรหัส (หรือ Markup Language) ที่ผู้เขียนนำมาใส่ไว้ในเอกสาร เพื่อทำให้สามารถแสดงผลงาน World Wide World Wide Web ซึ่ง HTML 4 เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน ส่วน XML เป็นโครงสร้างของกลุ่มกฏ สำหรับวิธีการกำหนดของข้อมูล ที่สามารถใช้ร่วมกันบนเว็บการที่เรียกว่า "Extensible Markup Language" เพราะทุกคนสามารถประดิษฐ์กลุ่มของ Markup เฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ และทุกคนสามารถใช้ได้ สามารถปรับและใช้สำหรับหลายวัตถุประสงค์ รวมถึงการปรากฏให้สิ่งที่พบเห็นบนเว็บเพจ จึงทำให้มีการเปลี่ยนกรอบของ HTML ให้เป็น XML ผลลัพธ์ คือ XHTML ซึ่งเป็นการประยุกต์พิเศษของ XML สำหรับเว็บเพจ

ตามข้อเท็จจริง XHTML เป็นเวอร์ชันที่ตามของ HTML 4 อาจจะนับเป็น HTML 5 หรือเรียกว่า XHTML 1.0 นอกจากนี้ XHTML สนับสนุน Markup ของ HTML 4.0 ทั้งส่วนประกอบและคุณลักษณะทั้งหมด แต่ต่างจาก HTML โดย XHTML สามารถสร้างส่วนเพิ่มเติมจากผู้คนที่ใช้ ส่วนประกอบใหญ่และคุณลักษณะ สามารถกำหนดและเพิ่มในเว็บได ้ทำให้สามารถมีวิธีการใหม่ที่จะจัดการเนื้อ และโปรแกรมแบบเว็บเพจ ในส่วนที่มองเห็นไฟล์ XHTML ดูเหมือนกับไฟล์ HTML

ข้อได้เปรียบ

จากคำกล่าวของ W3C ข้อได้เปรียบคือ "extensibility and portability"

extensibility หมายถึง แนวคิดใหม่ สำหรับการสื่อสารและการนำเสนอออกมาของเว็บ สามารถทดลองใช้งานโดยไม่ต้องรอ HTML เวอร์ชันใหม่และการสนับสนุนของ browser คุณลักษณะหรือ tag ใหม่ สามารถกำหนดได้และโปรแกรมที่ปลายทางสามารถทำตามคำสั่งได้ สิ่งใหม่จะเกิดขึ้นบนเว็บเพจ กลุ่มที่เจาะจงของ extension สำหรับ XHTML คือ แผนของ expression ทางคณิตศาสตร์, vector graphic และการประยุกต์ด้านมัลติมีเดีย ถ้า extensibility เป็นการนำไปสู่เพจที่ซับซ้อน และโปรแกรมขนาดใหญ่ขึ้น ข้อได้เปรียบ portability หมายถึง เว็บเพจสามารถทำให้ง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นทำให้เครื่องมือขนาดเล็ก สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์ตามบ้านที่มีโมโครโพรเซสเซอร์ที่มีโปรแกรมอยู่และหน่วยความจำขนาด เล็ก XHTML กำหลดระดับหลายระดับของ Markup ที่ซับซ้อน และแต่ละเอกสารระบุระดับความซับซ้อนตั้งแต่เริ่มต้น โปรแกรมเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่คาดว่าไฟล์คำสั่ง XHTML จะระบุระดับง่ายที่สุดของความซับซ้อนที่สามารถดูแล โดยโปรแกรมขนาดเล็กและหน่วยความจำ

ส่วนที่แตกต่างและพิเศษ

- XHTML ต้องการกฎของรหัสที่ชัดเจน เช่น ต้องการเครื่องหมายการเปิด และปิดส่วนประกอบ (หรือไวยากรณ์) และส่วนประกอบทั้งหมดต้องเป็นอักษรตัวเล็ก HTML ไม่สนใจเครื่องหมาย
- ในความหมายนี้ XHTML จะยุ่งกว่า HTML อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องยากกว่าในการอ่าน เพราะความเคร่งครัด จะบังคับให้มีลำดับมากขึ้นในการเขียนคำสั่ง นอกจากนี้ editor ส่วนใหญ่และเครื่องมือสร้างไฟล์ เพราะสร้างยังให้อ่านได้ง่าย
- XHTML มีความเป็นโครงสร้างและแนวคิดเกี่ยวกับเนื้อหามากกว่า เมื่อรวมกับ style sheet จะมีวิธีการสร้างมากกว่า
- XHTML ทำให้ง่ายขึ้นในการเพิ่มส่วนประกอบใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่ม (และพัฒนา browser หรือโปรแกรมประยุกต์อื่นสนับสนุน)

ข้อกำหนดของ XHTML กำลังอยู่ในขั้นตอนการร่างใน W3C

สารสนเทศเพิ่มเติม

encyclozine.com, Alan Richmond : The first XHTML web sites.
W3C web site : The official XTML 1.0: The Extensible Hypertext Markup Language.
WDVL.com, Alan Richmond : Introduction to XHTML, with examples.

CSS 1 (Cascading Style Sheet, level 1)

CSS 1 (Cascading Style Sheet, level 1) ได้รับการแนะนำโดย World Wide Web Consortium (W3C) สำหรับมาตรฐานข้อกำหนดของ cascading style sheet

cascading style sheet เป็น style sheet ที่มาจากหลายแหล่งที่กำหนดลำดับการทำงาน ถ้าข้อกำหนดรูปแบบของ element ขัดแย้งกัน CCS 1 เป็นการกำหนดวิธีการออกแบบเว็บเพ็จและการพัฒนา browser

สารสนเทศเพิ่มเติม

Quick References : Joachim Schwarte, CSS1-Properties Quick Reference Table.
คำแนะนำ CSS1 : The W3C, CSS1 Recommendation.

Cascading Style Sheet (CSS)

Cascading Style Sheet (CSS) เป็นเว็บมีที่มาจากหลายแหล่ง ซึ่งกำหนดลำดับการทำงาน ถ้าข้อกำหนดของรูปแบบ element มีความขัดแย้งกัน cascading style sheet level 1 ที่แนะนำโดย World Wide Web Consortium (W3C) โดยได้รับการนำไปใช้ในเวอร์ชันล่าสุดใน web browser ของ Netscape และ Microsoft โดยการระบุ style sheet ที่เป็นไปได้ หรือคำสั่งที่สามารถค้นหาการแสดงของ element ในเว็บเพจ

CSS ให้การควบคุมที่มากกว่าในความสวยงาม ของเว็บเพจในการสร้างเพจ มากกว่าการออกแบบ browser หรือการดู โดย CSS เป็นแหล่งข้อกำหนดของ style สำหรับการจัดลำดับให้กับ element

1. คุณสมบัติ TITLE กับคำสั่ง BODY
2. element แบบ style กำหนดการระบุ style sheet เก็บการประกาศ style หรือ element แบบ LINK ที่เชื่อมกับเอกสารที่แยกออกที่เก็บ element แบบ style ในเว็บเพจ element แบบ style จะเก็บอยู่ระหว่างคำสั่ง TITLE กับคำสั่ง BODY
3. การนำเข้า style sheet ใช้ CSS @import หรือการนำเข้าอัตโนมัติและรวมกับ style sheet ภายนอกด้วย style sheet ในปัจจุบัน
4. คุณสมบัติของ style ที่ระบุโดย viewer หรือ browser
5. style sheet เริ่มต้นกำหนดโดย browser

โดย style sheet ของผู้สร้างเว็บเพจ จะได้รับการจัดลำดับก่อน แต่ยินยอมให้ browser มีวิธีการสำหรับ viewer ในการเขียนคุณสมบัติของ style ในบางกรณี เนื่องจาก browser ที่ต่างกันจะเลือกใช้ CCS1 แตกต่างกันซึ่งผู้สร้างเว็บเพจต้องทดสอบเพจด้วย browser ที่ต่างกัน

สารสนเทศเพิ่มเติม

การแนะนำที่ดีมากในการใช้ style sheet : Jakob Nielsen's Effective Use of Style Sheets.
site ที่เหมาะสมกับการเริ่มต้นศึกษา style sheet : W3C Web Style Sheets page, The CSS1 recommendation specifically.

HTML 4.0

HTML 4.0 เป็นเวอร์ชันล่าสุดของภาษา Hypertext Markup Language (HTML) เป็นวิธีการพื้นฐานในการกำหนดการนำเสนอเว็บเพจบน web browser ของผู้ใช้ HTML 4.0 ได้รับการแนะนำอย่างเป็นทางการ โดย World Wide Web Consortium (W 3 C) ซึ่งเป็นกลุ่มแนะนำมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับเว็บ

ส่วนใหม่ ของ HTML 4.0 คือ
- cascading style sheet ความสามารถในการควบคุมเว็บเพจที่เป็นแบบหลายระดับ
- ความสามารถในการสร้างรูปแบบ richer
- สนับสนุน frame (ซึ่งปัจจุบัน browsers หลักได้สนับสนุนอยู่แล้ว)
- ขยาย table ให้สร้างความเป็นไปได้ในการใช้ table content สำหรับ Braille หรือการพูด
- ความสามารถในการจัดการเพจ เพื่อทำให้สามารถกระจายเป็นภาษาที่ต่างกัน

ในทางปฏิบัติ ผู้นำด้าน browser คือ Netscape และ Internet Explorer สนับสนุน HTML 4.0 แต่มีความแตกต่างในวิธีการใช้ของตัวเอง ทำให้ผู้พัฒนาเว็บ ที่ใช้ส่วนพิเศษในการสร้างเพจ สำหรับแต่ละ browser และส่งเพจที่เหมาะสมไปยังผู้ใช้

HTML (Hypertext Markup Language)

HTML (Hypertext Markup Language) เป็นกลุ่มของสัญลักษณ์หรือรหัสแบบ " markup" ที่เขียนในไฟล์สำหรับการแสดงบน web browser โดย markup จะบอก web browser ในการแสดงข้อความบนเว็บเพจ และภาพสำหรับผู้ใช้ รหัสแบบ markup ใช้การอ้างอิงส่วนประกอบ (หรือเรียกว่า tag)

HTML เป็นภาพมาตรฐานที่เสนอโดย World Wide Web Consortium (W3C) และได้รับการยอมรับจาก browser รายใหญ่ ซึ่งได้มีส่วนเพิ่มที่ไม่ใช่รหัสมาตรฐาน เวอร์ชันปัจจุบันของ HTML เป็น HTML 4.0 ส่วนสำคัญใน HTML4 ได้รับการเรียกว่า dynamic HTML ในบางครั้งอ้างอิงเป็น HTML 5.0 ซึ่งเป็นส่วนขยายของ HTML เรียกว่า Extensible Hypertext Markup Language

สารสนเทศเพิ่มเติม

Adobe : Adobe's Pagemill
Brooklyn North : Brooklyn North's HTML Assistant Pro
Microsoft : Microsoft's FrontPage
NCSA : A Beginner's Guide to HTML
World Wide Web Consortium : Hypertext Markup Language
World Wide Web Consortium : HTML 4.0 Specification

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

HTML 5 (Hypertext Markup Language 5)

ที่มา SearchSOA.com

HTML 5 (Hypertext Markup Language 5) เป็นเวอร์ชันต่อไปของ Hypertext Markup Language (HTML) ที่เป็นมาตรฐานภาษาโปรแกรมสำหรับการอธิบายเนื้อหาและลักษณะภายนอกของเว็บเพจ HTML 5 ได้รับการปรับปรุงโดยกลุ่มการทำงาน HTML ใหม่ของ World Wide Web Consortium (W3C) ในปี 2007 กลุ่มนี้เผยแพร่ร่างสาธารณะแรกของ HTML 5 ในเดือนมกราคม 2008 แต่การทำให้เรียบร้อยได้รับการคาดว่าต้องต่อเนื่องไปอีกหลายปีก่อน HTML 5 จะได้รับการแนะนำเป็นทางการ

ในทางทฤษฎี HTML 5 จะยอมเว็บบราวเซอร์เป็นแพล็ตฟอร์มการพัฒนา เป้าหมายพื้นฐานสำหรับ HTML 5 คือ ทำให้มั่นใจถึงการปฏิบัติงานภายในท่ามกลางบราวเซอร์ ดังนั้น โปรแกรมประยุกต์เว็บและเอกสารมีคุณลักษณะในทางเดียวกัน ซึ่งบราวเซอร์ทำตาม HTML 5 ได้รับการใช้ให้เข้าถึงได้ (บราวเซอร์รุ่นเก่าที่ไม่สนับสนุน HTML 5 จะสามารถข้ามคำสั่งใหม่และยังสร้างเว็บเพจได้)

HTML 5 ได้รับการคาดว่าจะเสนอการปรับปรุงจำนวนมากจาก HTML 4 อาทิ
- การกระจายใหม่
- กฎของการปรับปรุงยืดหยุ่น
- attribute ใหม่
- ขจัด attribute นอกโหมดหรือมากเกินไป
- โหมดวาดทันที
- ลากและวาง
- จัดการปุ่มถอยกลับ
- เวลาเล่นกลับ
- การแก้อ๊อฟไลน์
- การปรับปรุง messaging
- กฎรายละเอียดสำหรับการกระจาย
- การลงทะเบียนควบคุม MIME และโปรโตคอล

ไซต์ DeveloperWorks ของ IBM มีคำอธิบายของ Elliote Rusty Harold เกี่ยวกับ HTML 5 จะเป็น

“...รับทราบอย่างทันทีกับนักออกแบบเว็บได้รับการแช่แข็งในปี 1999 จนถึงวันนี้ ไม่มี namespace หรือ schema ไม่มีการปิด element บราวเซอร์ลืมความผิดพลาด p ยังคงเป็น p และ table ยังคงเป็น table ในเวลาเดียวกัน จะมีสิ่งสร้างความสับสนกับ element ใช่ เพื่อนเก่า เช่น div ยังคงอยู่ แต่ HTML จะรวม section, header, footer และ nav ด้วย คำสั่ง em และ strong ยังคงนำเสนอ แต่มี meter, time และ m คำสั่ง img และ embed ยังคงใช้อยู่ แต่มี video และ audio ด้วย”

ปรับปรุงล่าสุด: 17 กรกฎาคม 2551