แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IPV6 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IPV6 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

IPv6 (Internet Protocol version 6)

IPv6 (Internet Protocol version 6) เป็นเวอร์ชันล่าสุดของ Internet Protocol และได้รวมผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุน IP มาเป็นส่วนหนึ่งด้วย รวมถึงระบบปฏิบัติการหลัก IPv6 ได้รับการเรียกว่า "IPng" (IP Next Generation) โดยปกติ IPv6 เป็นกลุ่มของข้อกำหนดจาก Internet Engineering Task Force (IETF) โดย IPv6 ได้รับการออกแบบให้ปฏิรูปกลุ่มของการปรับปรุง IP เวอร์ชัน 4 โดย host ของเครือข่ายและ node แบบ intermediate ซึ่ง IPv4 หรือ IPv6 สามารถดูแลแพ็คเกตของ IP เวอร์ชันอื่น ผู้ใช้และผู้ให้บริการสามารถปรับรุ่นเป็น IPv6 โดยอิสระ

การปรับปรุงที่ชัดเจนของ IPv6 คือความยาวของ IP address เปลี่ยนจาก 32 เป็น 128 การขยายดังกล่าวเพื่อรองรับการขยายของอินเตอร์เน็ต และเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลนของตำแหน่งเครือข่าย

IP v6 ได้กำหนดกฎในการระบุตำแหน่งเป็น 3 ประเภทคือ unicast (host เดี่ยวไปยัง host เดี่ยวอื่น ๆ) anycast (host เดี่ยวไปยัง host หลายตัวที่ใกล้ที่สุด) multicast (host เดี่ยวไปยัง host หลายตัว) ส่วนเพิ่มที่พิเศษของ IPv6 คือ

- ตัวเลือกในการระบุส่วนขยายของส่วนหัว ได้รับการตรวจสอบเฉพาะจุดหมาย ดังนั้นความเร็วของระบบเครือข่ายสูงขึ้น
- ตำแหน่ง anycast ทำให้มีความเป็นไปได้ของการส่งข้อความไปยังหลาย ๆ gateway ที่ใกล้ที่สุดด้วยแนวคิดว่าให้บุคคลใด ๆ บริหารการส่งแพ็คเกตไปยังบุคคลอื่น anycast สามารถใช้ในการปรับปรุงตาราง routing ตลอดเส้นทาง
- แพ็คเกตได้รับการระบุให้มีการไหลชนิดพิเศษได้ ทำให้แพ็คเกตที่เป็นส่วนของมัลติมีเดียที่ต้องการ นำเสนอแบบ real time สามารถมีคุณภาพการให้บริการที่สูง
- ส่วนหัวของ IPv6 รวมถึงส่วนขยายยินยอมให้แพ็คเกตระบุกลไกแหล่งต้นทาง สำหรับการรวมข้อมูล และรักษาความลับ

IP (Internet Protocol)

IP (Internet Protocol) เป็นวิธีการ (protocol) ที่ใช้ในการส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่น ในอินเตอร์เน็ต (Internet) คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง รู้จักกันในฐานะของ Host บน Internet ต้องมีที่อยู่อย่างน้อยหนึ่งที่อยู่ (address) ซึ่งไม่ซ้ำกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นใน Internet เมื่อมีการส่งและรับข้อมูล (เช่น อี-เมล์) ข้อความจะถูกแบ่งเป็นชุดข้อมูล เรียกว่า แพ็คเกต (Packet) แต่ละชุดจัดจะเก็บที่อยู่ของผู้ส่งและผู้รับ การส่งชุดข้อมูลจะส่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น Gateway เมื่อเครื่อง Gaterway อ่านที่อยู่ของปลายทางแล้ว จึงส่งต่อชุดข้อมูลไปยัง adjacent Gateway ซึ่งจะอ่านที่อยู่ปลายทาง และส่งอ่านเครือข่าย Internet จนกระทั่งมีเครื่อง gateway รู้ว่าชุดข้อมูลนั้น เป็นของคอมพิวเตอร์ ภายในกลุ่มใด จากนั้น เครื่อง Gateway จึงจะส่งชุดข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ตามที่ระบุ

จากการที่ข้อมูลได้รับเป็นชุดข้อมูลหลาย ๆ ชุด โดยการส่งอาจจะใช้การแยกส่งไปตามเส้นทางต่าง ๆ ข้ามเครือข่ายอินเตอร์เน็ท (จากการส่งโดยการแยกข้อมูลเป็นชุดข้อมูล) เมื่อไปถึงปลายทาง อาจจะมีลำดับที่ไม่ตรงกับลำดับจากต้นทาง ดังนั้น IP จะส่งต่อไปยัง TCP (Transmission Control Protocol) เพื่อจัดเรียงลำดับใหม่ให้ถูกต้อง IP เป็น โปรโตคอลแบบ Connection less หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องมีการสร้างการเชื่อมต่อกับจุดปลายในระหว่างการสื่อสาร แต่ละชุดข้อมูลเดินทางโดยอิสระในระบบอินเตอร์เน็ต ปราศจากความเกี่ยวข้องกับชุดข้อมูลอื่น ๆ (เพราะหน้าที่ในการจัดลำดับที่ถูกเป็นของ TCP ซึ่งเป็น Protocol แบบ connection-oriented ที่ทำหน้าที่รักษาลำดับชุดข้อมูล ของข้อความหรือข้อมูลนั้น) ในแบบจำลองการสื่อสาร OSI (Open System Interconnection communication model) IP เป็นเลเยอร์ 3 คือ เลเยอร์เครือข่าย (Networking Layer)

IP ที่มีการใช้อย่างกว้างขวางในขณะนี้คือ Internet Protocol version 4 (IPV4) อย่างไรก็ตาม IPV6 กำลังเริ่มมีการใช้ IPV6 มีที่อยู่ที่ยาวกว่า ทำให้รองรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ทได้มากขึ้น ซึ่ง IPV6 ได้รวมเอาความสามารถของ IPV4 ไว้ด้วย ดังนั้นเครื่อง Server ที่สนับสนุนชุดข้อมูลของ IPV6 จะสามารถสนับสนุน IPV4 ด้วย

สารสนเทศเพิ่มเติม

Internet Engineering Task Force, Request for Comments (RFC) 791 : The official Internet Protocol specification.
Cisco : IP Overview.
IBM : TCP/IP Tutorial and Technical Overview
Senet.com : TCP/IP Overview