VoIP (voice over IP คือ การส่งผ่านเสียงด้วยการใช้ Internet Protocol) เป็นคำใช้ใน IP telephony (โทรศัพท์ผ่าน IP) สำหรับชุดของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจัดการส่งสารสนเทศเสียงด้วยการใช้ Internet Protocol (IP) โดยทั่วไป สิ่งนี้หมายถึงการส่งสารสนเทศเสียงในรูปแบบดิจิตอลในแพ็คเกต discrete แทนที่โปรโตคอล circuit-committed แบบดั้งเดิมของเครือข่ายแบบ public switched telephone network (PSTN) ข้อได้เปรียบหลักของ VoIP และ Internet telephony (โทรศัพท์อินเตอร์เน็ต) เป็นการหลีกเลี่ยงค่าบริการสูงของโทรศัพท์แบบเดิม
VoIP ที่มีการใช้โดยทั่วไป มาจากฟอรัม VoIP ด้วยความพยายามโดยผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่ ได้แก่ Cisco, VocalTec, 3Com และ Netspeak เพื่อส่งเสริมการใช้ ITU-T H.323 ที่เป็นมาตรฐานสำหรับการส่งเสียง (ออดิโอ) และวิดีโอ ด้วยการใช้ IP บนอินเตอร์เน็ตสาธารณะและภายในอินทราเน็ต รวมทั้งฟอรัมนี้ส่งเสริมผู้ใช้ของมาตรฐานบริการไดเรคทอรี ดังนั้นผู้ใช้สามารถหาผู้ใช้อื่นและการใช้สัญญาณ touch-tone สำหรับการกระจายการเรียกอัตโนมัติและ voice mail
นอกจาก IP แล้ว VoIP ใช้ real-time protocol (RTP) เพื่อช่วยทำให้มั่นใจว่าแพ็คเกตได้ส่งผ่านตามเวลา การใช้เครือข่ายสาธารณะ มีความลำบากในการประกันคุณภาพของเสียง (Quality of Service หรือ QoS) ในปัจจุบัน การบริการดีกว่าคือ การใช้เครือส่วนบุคคลที่จัดการโดยองค์กรธุรกิจหรือโดยผู้ให้บริการโทรศัพท์อินเตอร์เน็ต (Internet telephony service provider หรือ ITSP)
เทคนิคการใช้โดยอย่างน้อยผู้ผลิตรายหนึ่ง Adir Technologies (เดิมคือ Netspeak) เพื่อช่วยทำให้มั่นใจการส่งแพ็คเกตเร็วกว่าคือการใช้ ping เพื่อติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ gateway ทั้งหมดที่ได้เข้าถึงเครือข่ายสาธารณะและเลือกเส้นทางเร็วที่สุดก่อนก่อตั้งการเชื่อมต่อซอคเก็ต Transmission Control Protocol (TCP) กับอีกปลาย
การใช้ VoIP การติดตั้ง “อุปกรณ์ VoIP” ที่ gateway โดย gateway ได้รับแพคเก็ตการส่งผ่านเสียงจากผู้ใช้ภายในบริษัท แล้วจัดเส้นทางไปยังส่วนอื่นของอินทราเน็ต (เครือข่ายท้องถิ่นหรือเครือข่ายพื้นที่กว้าง) หรือใช้ระบบ T-carrier หรืออินเตอร์เฟซ E-carrier ส่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TCP แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TCP แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554
BGP (Border Gateway Protocol)
Border Gateway Protocol (BGP) เป็นโปรโตคอลสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลของเส้นทางระหว่าง gateway host (ซึ่งแต่ละที่จะมี router ของตัวเอง) ในเครือข่ายแบบอัตโนมัติ BGP มักจะได้รับการใช้ระหว่าง gateway host บนระบบอินเตอร์เน็ต ตาราง routing ประกอบด้วยรายการของ router ตำแหน่งและตารางค่าใช้จ่าย (cost metric) ของเส้นทางไปยัง router แต่ละตัว เพื่อการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด
host ที่ใช้การติดต่อด้วย BGP จะใช้ Transmission Control Protocol (TCP) และส่งข้อมูลที่ปรับปรุงแล้วของตาราง router เฉพาะ host ที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลง จึงมีผลเฉพาะส่วนของตาราง router ที่ส่ง BGP-4 เป็นเวอร์ชันล่าสุด ซึ่งให้ผู้บริหารระบบทำการคอนฟิก cost metric ตามนโยบาย
การติดต่อด้วย BGP ของระบบ แบบอัตโนมัติที่ใช้ Internet BGP (IBGP) จะทำงานได้ไม่ดีกับ IGP เนื่องจาก router ภายในระบบอัตโนมัติต้องใช้ตาราง routing 2 ตาราง คือ ตารางของ IGP (Internet gateway protocol) และตารางของ IBGP
BGP เป็นโปรโตคอลที่ทันสมัยกว่า Exterior Gateway Protocol
Bay Networks : Internet Protocol (IP)
Cisco : Border Gateway Protocol.
host ที่ใช้การติดต่อด้วย BGP จะใช้ Transmission Control Protocol (TCP) และส่งข้อมูลที่ปรับปรุงแล้วของตาราง router เฉพาะ host ที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลง จึงมีผลเฉพาะส่วนของตาราง router ที่ส่ง BGP-4 เป็นเวอร์ชันล่าสุด ซึ่งให้ผู้บริหารระบบทำการคอนฟิก cost metric ตามนโยบาย
การติดต่อด้วย BGP ของระบบ แบบอัตโนมัติที่ใช้ Internet BGP (IBGP) จะทำงานได้ไม่ดีกับ IGP เนื่องจาก router ภายในระบบอัตโนมัติต้องใช้ตาราง routing 2 ตาราง คือ ตารางของ IGP (Internet gateway protocol) และตารางของ IBGP
BGP เป็นโปรโตคอลที่ทันสมัยกว่า Exterior Gateway Protocol
สารสนเทศเพิ่มเติม
Ericsson's Access Products Unit : Internet (IP) Routing Protocols.Bay Networks : Internet Protocol (IP)
Cisco : Border Gateway Protocol.
IP (Internet Protocol)
IP (Internet Protocol) เป็นวิธีการ (protocol) ที่ใช้ในการส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่น ในอินเตอร์เน็ต (Internet) คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง รู้จักกันในฐานะของ Host บน Internet ต้องมีที่อยู่อย่างน้อยหนึ่งที่อยู่ (address) ซึ่งไม่ซ้ำกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นใน Internet เมื่อมีการส่งและรับข้อมูล (เช่น อี-เมล์) ข้อความจะถูกแบ่งเป็นชุดข้อมูล เรียกว่า แพ็คเกต (Packet) แต่ละชุดจัดจะเก็บที่อยู่ของผู้ส่งและผู้รับ การส่งชุดข้อมูลจะส่งไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น Gateway เมื่อเครื่อง Gaterway อ่านที่อยู่ของปลายทางแล้ว จึงส่งต่อชุดข้อมูลไปยัง adjacent Gateway ซึ่งจะอ่านที่อยู่ปลายทาง และส่งอ่านเครือข่าย Internet จนกระทั่งมีเครื่อง gateway รู้ว่าชุดข้อมูลนั้น เป็นของคอมพิวเตอร์ ภายในกลุ่มใด จากนั้น เครื่อง Gateway จึงจะส่งชุดข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ตามที่ระบุ
จากการที่ข้อมูลได้รับเป็นชุดข้อมูลหลาย ๆ ชุด โดยการส่งอาจจะใช้การแยกส่งไปตามเส้นทางต่าง ๆ ข้ามเครือข่ายอินเตอร์เน็ท (จากการส่งโดยการแยกข้อมูลเป็นชุดข้อมูล) เมื่อไปถึงปลายทาง อาจจะมีลำดับที่ไม่ตรงกับลำดับจากต้นทาง ดังนั้น IP จะส่งต่อไปยัง TCP (Transmission Control Protocol) เพื่อจัดเรียงลำดับใหม่ให้ถูกต้อง IP เป็น โปรโตคอลแบบ Connection less หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องมีการสร้างการเชื่อมต่อกับจุดปลายในระหว่างการสื่อสาร แต่ละชุดข้อมูลเดินทางโดยอิสระในระบบอินเตอร์เน็ต ปราศจากความเกี่ยวข้องกับชุดข้อมูลอื่น ๆ (เพราะหน้าที่ในการจัดลำดับที่ถูกเป็นของ TCP ซึ่งเป็น Protocol แบบ connection-oriented ที่ทำหน้าที่รักษาลำดับชุดข้อมูล ของข้อความหรือข้อมูลนั้น) ในแบบจำลองการสื่อสาร OSI (Open System Interconnection communication model) IP เป็นเลเยอร์ 3 คือ เลเยอร์เครือข่าย (Networking Layer)
IP ที่มีการใช้อย่างกว้างขวางในขณะนี้คือ Internet Protocol version 4 (IPV4) อย่างไรก็ตาม IPV6 กำลังเริ่มมีการใช้ IPV6 มีที่อยู่ที่ยาวกว่า ทำให้รองรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ทได้มากขึ้น ซึ่ง IPV6 ได้รวมเอาความสามารถของ IPV4 ไว้ด้วย ดังนั้นเครื่อง Server ที่สนับสนุนชุดข้อมูลของ IPV6 จะสามารถสนับสนุน IPV4 ด้วย
Cisco : IP Overview.
IBM : TCP/IP Tutorial and Technical Overview
Senet.com : TCP/IP Overview
จากการที่ข้อมูลได้รับเป็นชุดข้อมูลหลาย ๆ ชุด โดยการส่งอาจจะใช้การแยกส่งไปตามเส้นทางต่าง ๆ ข้ามเครือข่ายอินเตอร์เน็ท (จากการส่งโดยการแยกข้อมูลเป็นชุดข้อมูล) เมื่อไปถึงปลายทาง อาจจะมีลำดับที่ไม่ตรงกับลำดับจากต้นทาง ดังนั้น IP จะส่งต่อไปยัง TCP (Transmission Control Protocol) เพื่อจัดเรียงลำดับใหม่ให้ถูกต้อง IP เป็น โปรโตคอลแบบ Connection less หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องมีการสร้างการเชื่อมต่อกับจุดปลายในระหว่างการสื่อสาร แต่ละชุดข้อมูลเดินทางโดยอิสระในระบบอินเตอร์เน็ต ปราศจากความเกี่ยวข้องกับชุดข้อมูลอื่น ๆ (เพราะหน้าที่ในการจัดลำดับที่ถูกเป็นของ TCP ซึ่งเป็น Protocol แบบ connection-oriented ที่ทำหน้าที่รักษาลำดับชุดข้อมูล ของข้อความหรือข้อมูลนั้น) ในแบบจำลองการสื่อสาร OSI (Open System Interconnection communication model) IP เป็นเลเยอร์ 3 คือ เลเยอร์เครือข่าย (Networking Layer)
IP ที่มีการใช้อย่างกว้างขวางในขณะนี้คือ Internet Protocol version 4 (IPV4) อย่างไรก็ตาม IPV6 กำลังเริ่มมีการใช้ IPV6 มีที่อยู่ที่ยาวกว่า ทำให้รองรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ทได้มากขึ้น ซึ่ง IPV6 ได้รวมเอาความสามารถของ IPV4 ไว้ด้วย ดังนั้นเครื่อง Server ที่สนับสนุนชุดข้อมูลของ IPV6 จะสามารถสนับสนุน IPV4 ด้วย
สารสนเทศเพิ่มเติม
Internet Engineering Task Force, Request for Comments (RFC) 791 : The official Internet Protocol specification.Cisco : IP Overview.
IBM : TCP/IP Tutorial and Technical Overview
Senet.com : TCP/IP Overview
TCP (Transmission Control Protocol)
TCP (Transmission Control Protocol) ใช้ Internet Protocol (IP) เพื่อส่งข้อมูลในรูปแบบของข่าวสาร ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในอินเตอร์เน็ต โดย IP ดูแลการควบคุมการส่งข้อมูลที่แท้จริง TCP ดูแลการรักษาเส้นทางของหน่วยข้อมูลแต่ละชุด (เรียกว่า แพ็คเกต - Packets) ซึ่งข้อความจะถูกแบ่งออก เพื่อการใช้ประสิทธิภาพของเส้นทางบนอินเตอร์เน็ต เช่น เมื่อมีการส่งไฟล์ HTML ออกจาก web server ไปที่จุดหมายปลายทาง โปรแกรมเลเยอร์ของ TCP จะแบ่งไฟล์นั้นเป็นหนึ่งชุดหรือมากกว่า หมายเลขของชุดข้อมูลแล้วส่งต่อข้อมูลแต่ละชุดไปที่โปรแกรมเลเยอร์ของ IP ถึงแม้ว่าแต่ละชุดข้อมูลมีปลายทางที่ IP address เดียว แต่ชุดข้อมูลอาจจะเลือกเส้นทางที่ต่างกันบนเครือข่าย เพื่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง TCP จะประกอบชุดข้อมูลแต่ละชุดให้ครบแล้วจึงประกอบข้อมูลเป็นไฟล์เดียว
TCP เป็น protocol ที่รู้จักในลักษณะ connection-oriented protocol หมายถึง การติดต่อจะถูกสร้างขึ้น และรักษาการแลกเปลี่ยน เช่น การส่งข้อความระหว่างโปรแกรมประยุกต์ของแต่ละด้าน TCP รับผิดชอบสำหรับในการจัดแบ่งข้อความเป็นชุดข้อมูล และประกอบชุดข้อมูลให้เป็นข้อความเหมือนเดิม เมื่อไปถึงปลายทาง DOS แบบจำลอง OSI (Open Systems Interconnection Communication model) TCP อยู่ในเลเยอร์ที่ 4 คือ เลเยอร์การส่ง (Transport Layer)
TCP เป็น protocol ที่รู้จักในลักษณะ connection-oriented protocol หมายถึง การติดต่อจะถูกสร้างขึ้น และรักษาการแลกเปลี่ยน เช่น การส่งข้อความระหว่างโปรแกรมประยุกต์ของแต่ละด้าน TCP รับผิดชอบสำหรับในการจัดแบ่งข้อความเป็นชุดข้อมูล และประกอบชุดข้อมูลให้เป็นข้อความเหมือนเดิม เมื่อไปถึงปลายทาง DOS แบบจำลอง OSI (Open Systems Interconnection Communication model) TCP อยู่ในเลเยอร์ที่ 4 คือ เลเยอร์การส่ง (Transport Layer)
TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol)
TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นระบบโปรโตคอล การสื่อสารพื้นฐานของระบบอินเตอร์เน็ต มันสามารถใช้เป็น โปรโตคอลในการสื่อสารภายใน เครือข่ายส่วนบุคคล เรียกว่า intranet และ extranet เมื่อมีการติดต่อโดยตรงกับ internet เครื่องคอมพิวเตอร์จะได้รับการคัดลอกโปรแกรม TCP/IP เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เพื่อทำให้ส่งข้อความขอรับสารสนเทศ
TCP/IP เป็นโปรแกรม 2 เลเยอร์ TCP (Transmission Control Protocol) เป็นเลเยอร์ที่สูงกว่า ทำหน้าที่จัดการแยกข้อความหรือไฟล์แลปรกอบให้เหมือนเดิม IP (Internet Protocol) เป็นเลเยอร์ที่ต่ำกว่า ทำหน้าที่จัดการส่วนของที่อยู่ของแต่ละชุดข้อมูล เพื่อทำให้มีปลายทางที่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway บนเครือข่ายจะตรวจที่อยู่นี้เพื่อหาจุดหมายในการส่งข้อความ ชุดข้อมูลอาจจะใช้เส้นทางไปยังปลายทางต่างกัน แต่ทั้งหมดจะได้รับการประกอบใหม่ที่ปลายทาง
TCP/IP ใช้ในแบบ client/server ในการสื่อสาร (ระหว่างคอมพิวเตอร์) ซึ่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ (client) เป็นผู้ขอและการบริการได้รับจากคอมพิวเตอร์เครื่องแม่ข่ายในระบบเครือข่าย การสื่อสารของ TCP/IP เป็นแบบจุดต่อจุด (point -to- point) หมายความว่าการสื่อสารแต่ละครั้งเกิดจากจุดหนึ่ง (เครื่อง host เครื่องหนึ่ง) ไปยังจุดอื่นหรือเครื่อง host เครื่องอื่นในเครือข่าย TCP/IP และโปรแกรมประยุกต์ระดับสูงอื่น ที่ใช้ TCP/IP สามารถเรียกว่า "Stateless" เพราะการขอแต่ละ client ได้รับการพิจารณาเป็นการขอใหม่โดยไม่สัมพันธ์กับการขอเดิม (แต่แตกต่างจากการสนทนาทางโทรศัพท์) การที่เป็นพาร์ทของเครือข่ายอิสระแบบ "Stateless" ดังนั้นทุกคนสามารถใช้พาร์ทได้อย่างต่อเนื่อง (หมายเหตุ เลเยอร์ของ TCP จะไม่ "Stateless" ถ้ายังทำการส่งข้อความใดข้อความหนึ่ง จะทำการส่งจนกระทั่งชุดข้อมูลนั้นได้รับครบชุด)
ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จำนวนมากคุ้นเคยกับการประยุกต์เลเยอร์ระดับสูง โดยใช้ TCP/IP เพื่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ท ทั้งนี้รวมถึง World Wide Web's Hypertext Transfer Protocol (HTTP), File Transfer Protocol (FTP) ซึ่งในการเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ในระยะไกล และ Simple Mail Transfer Protocol (SMTP) Protocol เหล่านี้ จะเป็นชุดเดียวกับ TCP/IP ในลักษณะ "Suite" เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มักจะเข้าสู่อินเตอร์เน็ต ผ่าน Serial Line Internet Protocol (SLIP) หรือ Point-To-Point Protocol (PPP) โปรโตคอล แบบนี้จะควบคุมชุดข้อมูลของ IP ดังนั้น จึงสามารถใช้ส่งผ่านการติดต่อด้วยสายโทรศัพท์ ผ่านโมเด็ม Protocol ที่สัมพันธ์กับ TCP/IP ได้แก่ User Datagram Protocol (UDP) สำหรับใช้แทน TCP/IP ในกรณีพิเศษ ส่วนโปรโตคอลอื่นที่ใช้โดยเครื่อง host ของเครือข่ายสำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศกับ router ได้แก่ Internet Control Message Protocol (ICMP) Interior Gateway Protocol (IGP) Exterior Gateway Protocol (EGP) และ Border Gateway Protocol (BGP)
TCP/IP เป็นโปรแกรม 2 เลเยอร์ TCP (Transmission Control Protocol) เป็นเลเยอร์ที่สูงกว่า ทำหน้าที่จัดการแยกข้อความหรือไฟล์แลปรกอบให้เหมือนเดิม IP (Internet Protocol) เป็นเลเยอร์ที่ต่ำกว่า ทำหน้าที่จัดการส่วนของที่อยู่ของแต่ละชุดข้อมูล เพื่อทำให้มีปลายทางที่ถูกต้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Gateway บนเครือข่ายจะตรวจที่อยู่นี้เพื่อหาจุดหมายในการส่งข้อความ ชุดข้อมูลอาจจะใช้เส้นทางไปยังปลายทางต่างกัน แต่ทั้งหมดจะได้รับการประกอบใหม่ที่ปลายทาง
TCP/IP ใช้ในแบบ client/server ในการสื่อสาร (ระหว่างคอมพิวเตอร์) ซึ่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ (client) เป็นผู้ขอและการบริการได้รับจากคอมพิวเตอร์เครื่องแม่ข่ายในระบบเครือข่าย การสื่อสารของ TCP/IP เป็นแบบจุดต่อจุด (point -to- point) หมายความว่าการสื่อสารแต่ละครั้งเกิดจากจุดหนึ่ง (เครื่อง host เครื่องหนึ่ง) ไปยังจุดอื่นหรือเครื่อง host เครื่องอื่นในเครือข่าย TCP/IP และโปรแกรมประยุกต์ระดับสูงอื่น ที่ใช้ TCP/IP สามารถเรียกว่า "Stateless" เพราะการขอแต่ละ client ได้รับการพิจารณาเป็นการขอใหม่โดยไม่สัมพันธ์กับการขอเดิม (แต่แตกต่างจากการสนทนาทางโทรศัพท์) การที่เป็นพาร์ทของเครือข่ายอิสระแบบ "Stateless" ดังนั้นทุกคนสามารถใช้พาร์ทได้อย่างต่อเนื่อง (หมายเหตุ เลเยอร์ของ TCP จะไม่ "Stateless" ถ้ายังทำการส่งข้อความใดข้อความหนึ่ง จะทำการส่งจนกระทั่งชุดข้อมูลนั้นได้รับครบชุด)
ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จำนวนมากคุ้นเคยกับการประยุกต์เลเยอร์ระดับสูง โดยใช้ TCP/IP เพื่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ท ทั้งนี้รวมถึง World Wide Web's Hypertext Transfer Protocol (HTTP), File Transfer Protocol (FTP) ซึ่งในการเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ในระยะไกล และ Simple Mail Transfer Protocol (SMTP) Protocol เหล่านี้ จะเป็นชุดเดียวกับ TCP/IP ในลักษณะ "Suite" เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มักจะเข้าสู่อินเตอร์เน็ต ผ่าน Serial Line Internet Protocol (SLIP) หรือ Point-To-Point Protocol (PPP) โปรโตคอล แบบนี้จะควบคุมชุดข้อมูลของ IP ดังนั้น จึงสามารถใช้ส่งผ่านการติดต่อด้วยสายโทรศัพท์ ผ่านโมเด็ม Protocol ที่สัมพันธ์กับ TCP/IP ได้แก่ User Datagram Protocol (UDP) สำหรับใช้แทน TCP/IP ในกรณีพิเศษ ส่วนโปรโตคอลอื่นที่ใช้โดยเครื่อง host ของเครือข่ายสำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศกับ router ได้แก่ Internet Control Message Protocol (ICMP) Interior Gateway Protocol (IGP) Exterior Gateway Protocol (EGP) และ Border Gateway Protocol (BGP)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)